กิจกรรม 10 วันถ่ายภาพแสงเหนือ และถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์
กิจกรรม 10 วันถ่ายภาพแสงเหนือ และถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์
ทัวร์ 4 วันถ่ายภาพแสงเหนือ & ถ้ำน้ำแข็ง
ทัวร์ 4 วันถ่ายภาพแสงเหนือ & ถ้ำน้ำแข็ง
เวิร์คช็อปถ่ายภาพ 8 วันในการถ่ายภาพแสงเหนือและถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์
เวิร์คช็อปถ่ายภาพ 8 วันในการถ่ายภาพแสงเหนือและถ้ำน้ำแข็งในประเทศไอซ์แลนด์
27 ทัวร์ที่มี
27 ทัวร์ที่มีดูเพิ่ม

เวิร์คช็อปถ่ายภาพแสงเหนือ 11 วันรอบประเทศไอซ์แลนด์

เวิร์คช็อปถ่ายภาพแสงเหนือ 11 วันรอบประเทศไอซ์แลนด์
เวิร์คช็อปถ่ายภาพแสงเหนือ 11 วันรอบประเทศไอซ์แลนด์
โกดาฟอสส์ในช่วงฤดูหนาวมีลักษณะเหมือนสัตว์ร้าย.
เวิร์คช็อปถ่ายภาพแสงเหนือ 11 วันรอบประเทศไอซ์แลนด์
ไม่มีอะไรที่เหมือนกับการได้เห็นแสงเหนือทุกที่ที่คุณมอง.
ยอดเขาขรุขระและถนนที่คดเคี้ยวที่เป็นเรื่องธรรมดาในป่าและฟยอร์ดทางตะวันออกที่อยู่ห่างไกล.
มีไม่กี่สถานที่ที่จะงดงามไปกว่าที่ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนในการชมแสงเหนือ.
5.0
โดยจาก 10 รีวิวจากนักท่องเที่ยว

ถ่ายภาพปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่าเหลือเชื่อ เช่น แสงเหนือ และถ้ำน้ำแข็งในเวิร์คช็อปถ่ายภาพ 11 วันในช่วงฤดูหนาวของประเทศไอซ์แลนด์ ทัวร์นี้จะนำคุณเดินทางไปรอบๆประเทศบนถนนสายวงแหวน ที่คุณจะได้ชมทิวทัศน์และลักษณะที่น่าทึ่งทั้งหมดขณะพัฒนาทักษะการถ่ายภาพอย่างรวดเร็ว.

มีแค่สถานที่งดงามไม่กี่ที่คุณจะพลาดในการเดินทางครั้งนี้ คุณจะได้เดินทางไปยังทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jökulsárlón) ที่น่าเหลือเชื่อ ภูมิภาคทะเลสาบมิวาท์น (Mývatn) ที่หลากหลาย ฟยอร์ดทางตะวันออก (East Fjords) ที่อยู่ห่างไกล รวมถึงธารน้ำแข็ง, ภูเขาไฟ, บริเวณน้ำพุร้อน และน้ำตกหลายแห่ง.

ทัวร์นี้จะดำเนินการโดยผู้มีประสบการณ์ที่เป็นไกด์ถ่ายภาพ ซึ่งเป็นผู้ที่รู้จักสถานที่ที่เหมาะกับการถ่ายภาพ รวมถึงสถานที่มากมายที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ที่คุณจะได้ถ่ายภาพที่พิเศษของธรรมชาติของประเทศไอซ์แลนด์ที่อยู่ห่างไกลผู้คน พวกเขายังชำนาญในสถานที่และการถ่ายภาพแสงออโรร่าด้วย.

ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างภาพมือสมัครเล่น และต้องการพัฒนาทักษะของคุณ หรือช่างภาพมืออาชีพที่มองหาแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ การเดินทางครั้งนี้จะมีค่ามากมาย คุณจะได้ทั้งการเรียนรู้และเพิ่มผลงานของคุณ.

ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะได้ถ่ายภาพถ้ำน้ำแข็งสีฟ้าใสและการเต้นรำของแสงเหนือในประเทศไอซ์แลนด์ท่ามกลางสถานที่ต่างๆ.


สิ่งสำคัญ

ข้อมูลทัวร์:
  • ที่มีอยู่: พฤศ. - กุม.
  • ระยะเวลา: 11 วัน
  • กิจกรรม: ชมวิว, แสงเหนือ, ทัวร์ถ่ายรูป, เวิร์คช็อปถ่ายรูป
  • ความยากลำบาก: ง่าย
  • อายุต่ำสุด: 18 ปี.
  • ภาษา: English
  • ไฮไลท์ Reykjavík, Seljalandsfoss, Skógafoss, Reynisdrangar, Vatnajökull National Park, Vík, Vestrahorn
ข้อมูลการมารับ:
  • เวลาออกเดินทาง : ยืดหยุ่น.

หลังจากที่คุณสมัคร, เราจะส่งคำแนะนำเกี่ยวกับอุปกรณ์กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์ที่จำเป็นและกรุณาใส่ใจเป็นพิเศษกับสิ่งที่เราพูดว่าจำเป็นอย่างยิ่ง.
ร่วมด้วย:
  • ไกด์ถ่ายภาพมืออาชีพ

  • การเดินทางด้วยพาหนะที่สะดวกสบาย.

  • ที่พักในโรงแรมหรือเกสท์เฮ้าส์ ห้องพร้อมห้องน้ำส่วนตัว.

  • อาหารเช้าทุกมื้อและ อาหารเย็นเป็นกลุ่มในวันที่ 1 และวันที่ 10.

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อาหารว่างและเครื่องดื่ม

  • อาหารกลางวันทุกมื้อ และอาหารเย็นในการเดินทางวันที่ 2 ถึงวันที่ 9

  • ตั๋วเครื่องบิน


สิ่งที่ควรนำไป:
  • หลังจากที่คุณสมัคร, เราจะส่งคำแนะนำเกี่ยวกับอุปกรณ์กล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์ที่จะเป็น.


สิ่งที่ควรรู้:

- เราคือผู้น้ำทัวรท้องถิ่น และ ทราเวลเอเย่น ที่ได้รับหน้าที่จาก คณะกรรมการการท่องเที่ยวของประเทศไอซ์แลนด์

- เราบริการทัวร์ที่มีจำนวนสูงสุดที่ 10-12คน. ด้วยเหตุผลที่คุณจะได้ทำความรู้จักกับไกด์ช่างภาพ และ พื่อที่คุณจะได้เข้าไปยังสถานที่ที่เหมาะแค่สำหรับคนกลุ่มเล็ก.

- แขกของเราจะได้คอลเล็กชั่นวิดีโอกระบวนการพัฒนาการถ่ายภาพจากช่างภาพพ่วงรางวัลของเรา ที่มีมูลค่ามากกว่า $1,500.

- เราบริการแค่โรงแรมที่ดีที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์เท่านั้น.

- ทัวร์ถ่ายรูป และ เวิร์คช๋อปของเราจะนำโดยช่างภาพพร้อมด้วยรางวัล

- เราบริการที่เการองเท้า และ บูทยาง ให้กับแขกทุกคนตลอดทริป

- ขณะออกทัวร์เราจะให้ข้อมูลที่มีค่ากับคุณ และ การอธิบายการถ่ายภาพ และ กระบวนการพัฒนาการถ่ายภาพ

- ไกด์ถ่ายรูปของเราจะคอยช่วยเหลือคุณ เพื่อที่จะให้คุณนำรูปที่สวยงามของไอซ์แลนด์กลับบ้าน



แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1 - เดินทางมาถึง


โถงคอนเสิร์ตฮาร์ปาในใจกลางเมืองเรคยาวิกเป็นสถานที่ที่คุ้มค่ามากกับการไปเที่ยวชมในตอนที่เดินทางมายังเมืองเรคยาวิก.


คุณจะเดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติเคฟราวิก (Keflavík) ในวันแรก และขึ้นรถรับ-ส่งสนามบินจากเวาเชอร์ของเราเพื่อเดินทางไปยังโรงแรมของคุณในเมืองเรคยาวิก (Reykjavík) ทันทีที่มาถึงที่นี่ คุณอาจจะต้องการที่จะพักผ่อนจนถึงช่วงเวลาเย็น หรือจัดการกับสัมภาระของคุณ และใช้โอกาสนี้ในการสำรวจเมืองหลวงแห่งศิลปะและมีชีวิตชีวา.

ในช่วงเย็น คุณจะได้กลับมายังล็อบบี้โรงแรมเพื่อพบกับไกด์และกลุ่มของคุณ ก่อนที่พากันออกไปรับประทานอาหารเย็น คุณจะได้ทำความรู้จักซึ่งกันและกันและวางแผนการเดินทางใน 11 วันหลังจากนี้ ระหว่างรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนที่จะแยกย้านกันไปพักผ่อน.


วัน 2 - วิก อี มิร์ดาล์


จากตำนานชั้นหินเรนิสแดรงเกอร์หมายถึงโทรลผู้มักมากที่กลายเป็นหินจากแสงแดด.


วันที่สองคุณจะได้เดินทางไปยังสถานที่ถ่ายภาพแห่งแรก ที่อยู่บนเส้นทางชายฝั่งทางใต้ที่มีชื่อเสียง ภาพของสถานที่แห่งนี้มากมายที่คุณอาจจะจำได้ เพราะเคยได้เห็นมาบ้างแล้วก่อนที่จะเดินทางถึง เพราะความงดงามของที่นี่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก.

สถานที่แรกคุณจะได้ไปยังน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) ที่แคบและมีน้ำตกที่ความสูง 60 เมตรลงมายังถ้ำหน้าผา นั่นหมายถึงว่ามีช่องว่างที่เปิดขนาดใหญ่อยู่ด้านหลังน้ำตก ทำให้ที่นี่มีความงดงามเป็นพิเศษ. สถานที่ถัดมา คือ น้ำตกสโกการ์ฟอสส์ (Skógafoss) ที่มีรูปร่างที่คลาสสิคกว่า แต่มีระดับความสูงที่ใกล้เคียงกันและมีพลังงานมากกว่า หากมีแสงอาทิตย์ส่องไปยังสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งนี้ คุณก็ได้เห็นสายรุ้งหนึ่งหรือสองสาย.

จากการถ่ายภาพน้ำตกแห่งนี้จากทุกๆมุม คุณจะได้ตรงกลับไปยังหาดทรายดำเรย์นิสฟยารา (Reynisfjara) เพื่อถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก และคาดหวังว่านี่จะเป็นโอกาสแรกของคุณในการถ่ายภาพแสงเหนือ.

เรย์นิสฟยารา เป็นสถานที่ที่มีความแตกต่างอย่างน่าทึ่งระหว่างหาดทรายสีเข้มที่ถูดซัดโดยคลื่นที่รุนแรงของมหาสมุทรแอตแลนติกที่ส่องประกาย และสีสันของท้องฟ้าในช่วงเย็นที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง จุดสำคัญในบริเวณนี้ก็คือ ความน่าสนใจของสภาพทางภูมิศาสตร์ ที่ตั้งตระหง่านขึ้นจากผิวน้ำ คุณจะได้ถ่ายภาพชั้นหินทะเลเรนิสแดรงเกอร์ (Reynisdrangar) รูปร่างที่เชื่อกันว่าเป็นโทรลที่กลายร่างเนื่องจากแสงอาทิตย์.

และที่อยู่ใกล้ คุณจะได้ชมซุ้มหินทะเลดิร์โอลาเอย์ (Dyrhólaey) ที่มีขนาดที่น่าเหลือเชื่อ หากเข้าไปชมใกล้ๆ คุณจะได้เห็นสถานที่ที่เหมาะแก่การถ่ายมาก เนื่องจากมีลักษณะของแนวหินบะซอลต์รูปหกเหลี่ยมที่กำลังรอให้คุณถ่ายภาพที่นั่น.

หลังจากที่เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพในบริเวณนี้ หวังว่าคุณจะได้ถ่ายภาพภายใต้แสงออโรร่าด้วย คุณจะได้พักผ่อนคืนนี้ในหมูบ้านวิก (Vík) ที่งดงาม.


วัน 3 - อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล


ภูเขาน้ำแข็งนับร้อยกระจัดกระจายในทะเลสาบน้ำแข็งโจกุลซาลอน.


ในวันที่สามคุณจะได้ข้ามไปยังสถานที่ที่เหลือในบริเวณชายฝั่งทางใต้ ไปยังสามจุดหมายปลายทางของการถ่ายภาพที่น่ามหัศจรรย์ในฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ที่งดงามของประเทศ.

สถานที่แรกของวันนี้ คือ ศูนย์อนุรักษ์สกัฟตาเฟลล์ (Skaftafell) ที่ถือว่าสวยงามและเป็นมรดกที่สำคัญของประเทศ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นอุทยานแห่งชาติก่อนที่อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajökull) ที่ใหญ่กว่าจะครอบคลุมที่นี่ ที่นี่คุณจะสามารถเห็นความงดงามของพื้นที่ที่ทำให้ประเทศไอซ์แลนด์โด่งดังไปทั่วโลกนั่น คือ ปลายธารน้ำแข็งและทะเลสาบ, ภูเขาและภูเขาไฟ, ทุ่งลาวาและผืนป่า, น้ำตกและเส้นทางแม่น้ำ คุณจะได้ถ่ายภาพในบริเวณนี้เป็นเวลาหลายชั่วโมง.

จากนั้นคุณจะได้เดินทางต่อไปยังทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน (Jökulsárlón) ทะเลสาบงดงามที่เต็มไปด้วยภูเขาน้ำแข็ง ที่มีบ้างก้อนมีขนาดสูงกว่าบ้าน ที่กำลังลอยเอื่อยๆอยู่ในน้ำก่อนที่ออกไปยังมหาสมุร และภูเขาน้ำแข็งเหล่านี้จะเป็นจุดหลังในการถ่ายภาพ อย่างไรก็ตาม นักถ่ายภาพสัตว์ป่าจะรู้สึกดีที่ได้เห็นแมวน้ำที่อาศัยอยู่บริเวณนี้.

สำหรับการถ่ายภาพช่วงพระอาทิตย์ตก คุณจะได้ไปยังไดมอนด์บีช ที่ภูเขาน้ำแข็งเหล่านี้ถูกซัดขึ้นไปบนชายฝั่ง ทำให้เกิดการตัดกันระหว่างสีสันของน้ำแข็งสีฟ้า, ทรายสีดำและคลื่นสีขาว ทำให้เกิดเป็นองค์ประกอบที่งดงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สีสันของช่วงพระอาทิตย์ตก หรือภายใต้การเต้นรำของแสงออโรร่า.

คุณจะได้เข้าพักคืนนี้ในบริเวณโจกุลซาลอน.


วัน 4 - ถ้ำน้ำแข็ง


การได้ไปเที่ยวชมถ้ำน้ำแข็งที่น่าหลงไหลเป็นสิ่งที่จะอยู่ในความทรงจะของคุณตลอดชีวิต.


ในวันที่สี่ คุณจะได้เดินทางไปชมสถานที่ที่จะอยู่ในความทรงจำของคุณตลอดไปนั่น คือ ถ้ำน้ำแข็งคริสตัลสีฟ้า ถ้ำเหล่านี้อยู่ใต้ธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล ที่สามารถเข้าไปชมได้อย่างปลอดภัยแค่เพียงไม่กี่เดือนของปี และเฉพาะช่วงเวลาพิเศษเท่านั้น ดังนั้นนี่จะเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้เดินทางเข้าไปชม การเข้าไปพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ และไกด์ถ่ายภาพที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามที่นี่จะเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตของคุณ.

หลังจากการถ่ายภาพภายในถ้ำน้ำแข็งที่มีสีสัน, ขนาดใหญ่และงดงาม คุณจะได้ถ่ายภาพต่อไปในสถานที่ในชายฝั่งทางใต้ที่จะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ แต่คุณจะได้มีโอกาสในการถ่ายภาพบริเวณนี้พรุ่งนี้ทั้งวันเพื่อคุณจะได้ถ่ายภาพสิ่งที่คุณพลาดไปเมื่อวันก่อน.

เช่นคุณอาจมุ่งหน้าไปยังหนึ่งในภูเขาหินแกรนิตเพียงไม่กี่ลูกในประเทศไอซ์แลนด์ที่ชื่อว่า ภูเขาเวสตราฮอร์น (Vestrahorn) บางครั้งจะมีคนเรียกที่นี่เป็น "ภูเขาแบทแมน" เพื่อเป็นเกียรติแก่ทั้งสองยอดเขาขรุขระ ที่นี่มีลักษณะแห้งแล้ง มืดและน่าขนลุกโดยเฉพาะเมื่อถูกถ่ายภาพพร้อมกับมหาสมุทรที่อยู่ล้อมรอบและชายหาดทรายดำ.

คุณอาจจะได้ตรงต่อไปยังทะเลน้ำแข็งที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักที่ชื่อว่า ฟยาลซาลอน (Fjallsárlón) ที่คุณจะได้ชมปลายธารน้ำแข็งได้ง่ายๆนี่นั่น และมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าที่จะขวางการถ่ายภาพของคุณ.

คุณเกือบจะได้จบการเดินทางในวันนี้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม คุณจะได้กลับไปยังโจกุลซาลอนและไดมอนด์บีชเพื่อที่ถ่ายภาพแสงเหนือเต้นรำอยู่เหนือบริเวณนี้.


วัน 5 - ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน & ภูเขาเวสตราฮอร์น


ภูเขาเวสตราฮอร์นตั้งสูงตระหง่านอยู่ในคาบสมุทรสต๊อคสเนสและมีความงดงามเป็นพิเศษในตอนที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะ.


ในวันที่ห้าคุณจะได้ถ่ายภาพสถานที่ให้ดีขึ้นในบริเวณใดก็ตามในทางตะวันออกของทางใต้ที่คุณอาจจะพลาดไปในวันที่ผ่านมา นั่นรวมถึงที่สกัฟตาเฟลล์, ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน, ทะเลสาบฟยาร์ลซาลอน, ไดมอนด์บีชและภูเขาเวสตราฮอร์น.

ไกด์ถ่ายภาพของคุณยังจะใช้โอกาสในวันนี้เพื่อที่จะนำคุณไปยังสถานที่ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักรอบๆอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ที่คุณจะได้ถ่ายภาพพาโนรามาที่ยอดเยี่ยมของฝั่งตะวันออกของทางใต้ที่ปกคลุมด้วยสีสันของฤดูหนาว และวัทนาโจกุลเองก็เป็นธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป.

คุณจะได้พักผ่อนคืนนี้ในฝั่งตะวันออกของทางใต้ แต่ต้องไม่ใช่ก่อนที่คุณจะได้ล่าแสงออโรร่าอีกครั้งหนึ่ง.


วัน 6 - ฟยอร์ดทางตะวันออก


หาดคุณโชคดี คุณอาจจะได้เห็นเรนเดียร์ป่าระหว่างการเดินทางของคุณในฟยอร์ดทางตะวันออก.


ในวันที่หกคุณจะได้เดินทางต่อไปอีกเล็กน้อยในฟยอร์ดทางตะวันออก (Eastfjords) ภูมิภาคแห่งนี้อยู่ห่างไกลแม้ในช่วงฤดูร้อน แต่ในฤดูหนาวคุณอาจจะไม่ได้พบกลุ่มอื่นแม้แต่กลุ่มเดียวในจุดหมายปลายทางแห่งการถ่ายภาพแห่งนี้.

จุดหมายปลายทางเหล่านี้มีความหลากหลายเช่นเดียวกับฟยอร์ดแห่งนี้ มีทิวทัศน์ทะเลที่งดงามให้คุณได้ถ่ายภาพ เช่น ภูเขาที่งดงามและมีขนาดใหญ่ ทิวทัศน์ของธารน้ำแข็งวัทนาโจกุล หมู่บ้านชาวประมงที่แปลกตาและเงียบสงบที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในช่วงประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปี.

ช่างภาพสัตว์ป่าควรจะเฝ้ามองดูทั้งในบริเวณชายฝั่งและบนพื้นดิน เพราะทั้งแมวน้ำ และเรนเดียร์สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในบริเวณนี้ในช่วงนี้ของปี.

คุณจะได้หยุดแวะหลายครั้งขณะที่คุณเดินทางขึ้นและลงในฟยอร์ดแห่งนี้ เพื่อมุ่งหน้าไปทางเหนือ และ

ในที่สุดคุณก็จะไปถึงที่หมายสำหรับวันนี้ ที่มีการตั้งถิ่นฐานที่ใหญ่ที่สุดในไอซ์แลนด์ตะวันออกที่ชื่อว่า เอกิลสตาดีร์ (Egilsstaðir).

การพยากรณ์แสงออโรร่าที่ดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้ม คุณจะได้ตรงออกไปเพื่อที่จะได้พยายามถ่ายภาพปรากฏการณ์นี้ เหนือทะเลสาบลาการ์ฟโลย์ท (Lagarfljót) หรือจากผืนป่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ที่ชื่อว่า ฮาลอร์มสตาร์ดาสโกการ์ (Hallormsstaðaskógur) หากคุณหยุดแวะในสถานที่แรก เราขอแนะนำให้เฝ้ามองดูบริเวณผิวน้ำของทะเลสาบ เพื่อเฝ้าดูลาการ์ฟโลย์ท ไวร์ม (the Lagarfljót wyrm) ที่เป็นพญานาคในตำนานในช่วงศตวรรษที่ 13 ที่คุณอาจไม่เคยได้ยิน.


วัน 7 - น้ำตกเดตติฟอสส์


น้ำตกที่มีพลังงานมหาศาลที่สุดในยุโรป คือ น้ำตกเดตติฟอสส์ ในช่วงฤดูหนาว.


คุณจะได้ตรงไปทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ในวันที่เจ็ด ไปยังบริเวณทะเลสาบมิวาท์น (Mývatn) ระหว่างทางมีสถานที่งดงามมากมายให้คุณได้แวะชมและถ่ายภาพ เราจะลองเดินทางไปยังน้ำตกเดตติฟอสส์ (Dettifoss) ที่เป็นน้ำตกที่มีพลังงานมากที่สุดในยุโรป ที่คุณจะได้พยายามในการถ่ายภาพพลังงานที่ยิ่งใหญ่ของน้ำตกนี้.

ที่บริเวณใกล้เคียงน้ำตกเดตติฟอสส์ คุณจะได้ชมน้ำตกอีกสองแห่งภายในหุบเขาและแม่น้ำเดียวกันที่อาจจะไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าแต่ก็มีความน่าประทับใจพอๆกันนั่นคือ เซลล์ฟอส (Selfoss) และฮาฟรากิลส์ฟอสส์ (Hafragilsfoss).

คุณจะเดินทางไปถึงบริเวณมิวาท์นทันเวลาถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก มีสถานที่อีกหลายแห่งให้คุณไปเยี่ยมชมและถ่ายภาพในตอนที่คุณอยู่บริเวณนี้ แต่ต้องขอบคุณที่อีกสองวันต่อจากนี้คุณจะได้ไปเที่ยวชม สำหรับตอนนี้คุณจะได้ไปยังสถานที่ที่งดงามที่สุดในช่วงเย็นที่คุณจะได้ถ่ายภาพแสงออโรร่า.


วัน 8 - ภูมิภาคมิวาท์น


น้ำตกโกดาฟอสส์มีลักษณะเหมือนสัตว์ประหลาดแช่แข็งในช่วงฤดูหนาว.


ในวันที่แปดนี้คุณจะได้ถ่ายภาพบริเวณทะเลสาบมิวาท์นให้มากขึ้น ทะเลสาบแห่งนี้สามารถรับประกันได้ถึงความงดงาม เนื่องจากความสงบและสภาพทางธรณีวิทยาที่แปลกตา ชั้นหินบะซอลต์สูงขึ้นไปจากผิวน้ำ และที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในโลกที่คุณจะได้เห็นลูกบอลมอสที่ดูแปลก อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพื้นที่บริเวณนี้เท่านั้น.

แฟนซีรี่ส์เรื่องมหาศึกชิงบัลลังก์ (Game of Thrones) จะพอใจกับการถ่ายภาพสถานที่ถ่ายทำที่พวกเขาชื่นชอบมากมาย เช่น ฉากกำแพงของแคมป์ในป่า ของ แมนซ์ เรย์เดอร์ (Mance Rayder’s Wildling Camp) ก็ถูกถ่ายทำใน "ป้อมลาวา" ในดิมมูร์บอร์กิร์ (Dimmuborgir) สถานที่ที่มีการก่อตัวของหินที่มีขนาดใหญ่มาก ดูเหมือนว่าถูกสร้างเป็นป้อมปราการสำหรับการป้องกัน.

ในบริเวณทะเลสาบมิวาท์น คุณจะได้ถ่ายภาพพื้นที่พลังงานความร้อนใต้พิภพที่ภูเขาเนามาส์การ์ด (Námaskarð) พร้อมกับชมตัวอย่างของภูเขาไฟในประเทศไอซ์แลนด์ที่มีอยู่ทั่วภูมิประเทศในพื้นที่ลาวาหลายแห่ง ทั้งยอดเขาปล่องภูเขาไฟเทียมและที่หลับไหลแล้ว.

มิวาท์นเป็นสถานที่ที่น่ามหัศจรรย์ที่จะได้เห็นความหลากหลายที่แท้จริงของประเทศไอซ์แลนด์ในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากที่นี่อยู่ไกลไปในทางเหนือ ด้วยคืนที่ยาวนานกว่าส่วนอื่นๆของประเทศ ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพแสงเหนืออีกด้วย.


วัน 9 - น้ำตกโกดาฟอสส์


น้ำตกอาลเดยาร์ฟอสส์อยู่ไม่ไกลจากน้ำตกโกดาฟอสส์และเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการมีภูมิประเทศที่น่าสนใจ.


ในวันที่เก้า คุณจะได้ทำความรู้จักกับทางเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ให้มากขึ้น ฟยอร์ดทางเหนือเป็นสถานที่ที่น่าอัศจรรย์มาก เมืองและหมู่บ้านของที่นี่ดูน่าอัศจรรย์ ภูเขาคาบสมุทรโทรลสกากิ (Tröllskagi) เป็นภูเขาที่สวยที่สุดและน่าทึ่งที่สุดในประเทศ ขณะที่แหล่งน้ำของเอยาฟยอร์ดู (Eyjafjörður) มีความกว้างและงดงาม.

ในวันนี้ คุณจะได้ไปเที่ยวชมน้ำตกที่เหลือบนเส้นทางวงกลมเพชรที่ชื่อว่า โกดาฟอสส์ (Goðafoss) และอาลเดยาร์ฟอสส์ (Aldeyjarfoss).

น้ำตกแห่งแรกมีประวัติที่น่าหลงใหลและมีทิวทัศน์ที่งดงาม ที่นี่เป็นสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของการออกจากศาสนาของชาวนอร์สเก่าแก่สำหรับชาวคริสเตียน เมื่อผู้ประกาศกฎหมายในตอนนั้นได้โยนสัญลักษณ์ของพระเจ้าองค์เก่าลงไปในน้ำตกแห่งนี้ น้ำตกถัดมามีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่น่าสนใจ และสวยงามยิ่งขึ้นเมื่อถูกล้อมรอบด้วยหิมะและน้ำแข็ง.

คุณจะได้พักผ่อนในบริเวณมิวาท์นเพื่อถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก.


วัน 10 - เดินทางกลับเมืองเรคยาวิก


การก่อตัวของหินฮวิทแซร์คูร์สำหรับทำให้รูปถ่ายที่น่าสนใจและมีชีวิตชีวา.


น่าเศร้าที่วันที่สิบนี้จะเป็นเต็มวันสุดท้ายของคุณในเวิร์คช็อปถ่ายภาพช่วงฤดูหนาว แต่คุณยังคงได้ถ่ายภาพสถานที่ใหม่ๆในวันนี้.

เวลาส่วนใหญ่ของคุณในวันนี้อาจจะได้อยู่บนรถ เพื่อที่จะเที่ยวชมถนนสายวงแหวนให้ครบถ้วนในขณะเดินทางกลับไปยังเมืองเรคยาวิก แต่คุณจะได้หยุดแวะหลายครั้ง เช่น ค้นหาการก่อตัวของหินที่แปลกประหลาดของฮวิทแซร์คูร์ (Hvítserkur) ซึ่งสูงจากระดับน้ำตื้นนอกชายฝั่ง ที่มองดูคล้ายกับช้าง, โทรลหรือไดโนเสาร์ ขึ้นอยู่กับว่าคุณถ่ายภาพมาจากมุมไหน.

คุณจะได้นั่งรถผ่านพื้นที่การเกษตรมากมายและสามารถถ่ายภาพม้าสายพันธุ์ไอซ์แลนด์ ที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เหมาะกับการถ่ายภาพ, เป็นมิตร และมักจะดึงดูดผู้คนที่มาชม ด้วยความขี้เล่นและความอยากรู้อยากเห็นของฝูงม้านี้ทำให้คุณอาจจะได้ถ่ายภาพขณะที่ม้าเหล่านี้กำลังหยอกล้อกัน ม้าไอซ์แลนด์เป็นสัตว์ที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษและทนจากสภาพอากาศในฤดูหนาว.

ในตอนที่คุณเดินทางถึงไอซ์แลนด์ตะวันตก หากมีแสงเพียงพอคุณจะได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในบริเวณนี้ เช่นน้ำตกเฮินฟอซซาร์ (Hraunfossar) ที่อยู่ใกล้ๆที่มีความเงียบสงบ กว้างและอ่อนโยน และน้ำตกบาร์นาฟอสส์ (Barnafoss) ที่บ้าคลั่งและรุนแรง และที่บริเวณใกล้เคียงจะเป็นน้ำพุร้อนที่สูงที่สุดในยุโรปที่ชื่อว่า เดลตาร์ทุงกุแควร์ (Deildartunguhver) และเมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่ชื่อว่า เรค์คอร์ค (Reykholt) และบอร์การ์เนส (Borgarnes).

คุณจะเดินทางถึงเมืองเรคยาวิกในช่วงกลางคืน และรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายร่วมกันพร้อมกับไกด์และเพื่อนร่วมเดินทาง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า จนถึงตอนนี้คุณจะได้เพื่อนที่ดีพร้อมกับทักษะใหม่ที่ได้เรียนรู้ด้วยกัน และสามารถโชว์ผลงานใหม่เอี่ยมนี้ให้แก่กันและกัน.


วัน 11 - เดินทางกลับ


ในช่วงฤดูหนาว สระน้ำทยอร์นนินกลายเป็นน้ำแข็ง และคนในพื้นที่บางคนชอบเล่นสเก็ตที่นี่.


ในวันที่สิบเอ็ดจะเป็นวันเดินทางกลับของคุณ คุณจะต้องใช้ตั๋วรถรับ-ส่งสนามบินที่ได้รับไปยังสนามบินเคฟราวิกเพื่อเดินทางกลับบ้าน อย่างไรก็ตามคุณสามารถใช้ทักษะที่พัฒนาขึ้นใหม่ของคุณเพื่อถ่ายภาพทิวทัศน์ของเมืองเรคยาวิก เพื่อเติมเต็มพอร์ตโฟลิโออันใหม่และใหญ่สำหรับประเทศไอซ์แลนด์ในฤดูหนาว.


Dates and Guides

1-11 Nov 2019 - Guided by Siggi The Viking
12-22 Jan 2020 - Guided by Mads Iversen And Siggi The Viking
11-21 Feb 2020 - Guided by Mads Iversen


Disclaimer

We highly recommend that you get a travel and medical insurance. Your own domestic medical insurance and private health scheme will not cover you whilst you are overseas.

The tour is always dependent on weather, as the Icelandic weather can indeed be highly unpredictable. Likewise, visits to ice caves are dependent on favorable conditions, and indeed the ice caves themselves are not permanent. When it comes to the Northern Lights, while they are most likely to be seen between September and April, there is no guarantee that they will appear on a given day.


Cancellation and Refund Policy

If you cancel and the Workshop is otherwise filled, we will refund you the full amount you have paid towards the tuition, minus a $300 service charge. If you cancel and the Workshop does not fill, then you will be refunded according to the following schedule, based on the full fee of the Workshop:

Greater than 60 days from the start date of the Workshop: full refund minus $300 fee.
45 days or more: 75% refund
30 days or more: 50% refund
Less than 30 days: no refund

Refunds will be paid by the same method that the original payment was made. Refunds will be initiated within 72 hours of the time that the request is approved.


วิดีโอ


รีวิวอันดับหนึ่ง

ปานกลาง5.010 รีวิว
ไทย
เรทติ้งทั้งหมด

ไม่มีริวิวนี้ในภาษาคุณ สำหรับเรทติ้งนี้,

กำลังโหลดราคาที่ดีที่สุด
ไม่มีค่าส่วนต่างของบัตรเครดิต
ไม่คิดค่าจอง