ทัวร์ถ่ายภาพ 3 วันแบบส่วนตัวในชายฝั่งทางใต้

ทัวร์ถ่ายภาพ 3 วันแบบส่วนตัวในชายฝั่งทางใต้
ถ่ายภาพเพื่อนบริเวณด้านหน้าน้ำตกสโกการ์ฟอสส์ เพื่อที่จะได้โชว์ขนาดของน้ำตก.
พระอาทิตย์ตกในทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนที่งดงาม.
สวาร์ติฟอสส์เป็นน้ำตกที่สามารถพบได้ในศูนย์อนุรักษ์สกัฟตาเฟลล์.
ภูเขาเวสตราฮอร์นที่น่าประทับใจในไอซ์แลนด์ตะวันออกเฉียงใต้.
ภูเขาน้ำแข็งที่ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนที่กำลังไหลลงไปยังมหาสมุทร.
ภาพที่เงียบสงบของน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ในชายฝั่งทางใต้.

เก็บภาพชายฝั่งทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ลงบนแผ่นฟิล์มในทัวร์กิจกรรมถ่ายภาพ 3 วันแบบส่วนตัว สำหรับผู้ที่ต้องการสะสมผลงานภาพถ่ายของธารน้ำแข็ง น้ำตก ทุ่งลาวาและทะเลสาบธารน้ำแข็ง ที่คุณไม่ต้องมองหาอีกต่อไป.

รถจะไปรับคุณและกลุ่มของคุณในเมืองเรคยาวิก (Reykjavík) แล้วเดินทางตรงไปยังชายฝั่งทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ สถานที่ถ่ายภาพแห่งแรก ได้แก่ น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) และน้ำตกสโกการ์ฟอสส์ (Skógafoss) ที่มีชื่อเสียง รวมถึงอัญมณีที่ถูกซ่อนไว้ที่ชื่อว่า น้ำตกกลูยฟราบูอิ (Gljúfrabúi).

จากนั้นคุณจะได้เข้าไปยังอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล (Vatnajökull) ที่คุณจะได้มีโอกาสในการถ่ายภาพความระยิบระยับของภูเขาน้ำแข็งสีฟ้าในทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอนและไดมอนด์บีช คุณจะได้ไปเที่ยวชมในคาบสมุทรสต๊อกเนสส์(Stokksnes) ที่คุณสามารถถ่ายภาพภูเขาเวสตราฮอร์น (Vestrahor) ที่ยิ่งใหญ่และฝูงม้าสายพันธุ์ไอซ์แลนด์สักเล็กน้อย.

บริการทัวร์นี้รวมถึงการรับและส่งในเมืองเรคยาวิก ยานพาหนะตลอดการเดินทางและไกด์มืออาชีพที่ชนะการประกวดภาพถ่ายที่จะช่วยแนะนำให้คุณได้ถ่ายภาพที่ดีที่สุดในแต่ละสถานที่เท่าที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม ที่พักจะไม่ได้ถูกรวมไว้ในทัวร์ครั้งนี้แต่เราจะสามารถช่วยคุณหาที่พักในราคาและสถานที่ที่ดีที่สุดให้คุณได้.

เติมเต็มเมมโมรี่การ์ดของคุณด้วยภาพทิวทัศน์จากดินแดนแห่งน้ำแข็งและไฟ จองทัวร์ถ่ายภาพ 3 วันได้ตอนนี้ สามารถตรวจสอบได้โดยการเลือกวันเดินทางของคุณ.


สิ่งสำคัญ

ข้อมูลทัวร์:
  • ที่มีอยู่: ทั้งปี
  • ระยะเวลา: 3 วัน
  • กิจกรรม: ปีนเขา, ซูเปอร์จี๊ป, ชมวิว, แสงเหนือ, ทัวร์ถ่ายรูป, เวิร์คช็อปถ่ายรูป
  • ความยากลำบาก: ง่าย
  • อายุต่ำสุด: 18 ปี.
  • ภาษา: English
  • ไฮไลท์ Seljalandsfoss, Skógafoss, Dyrhólaey, Reynisdrangar, Jökulsárlón, Diamond Beach, Skaftafell , Vestrahorn, Svartifoss, Fjaðrárgljúfur
ข้อมูลการมารับ:
  • เวลาออกเดินทาง : . 08:00,

เรคยาวิก
ร่วมด้วย:
  • บริการรับและส่งจากเมืองเรคยาวิก

  • ไกด์ถ่ายภาพส่วนตัว

  • การเดินทางโดยรถจี๊ป 4x4

  • ที่พัก

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อาหารว่างและเครื่องดื่ม

  • อาหารและเครื่องดื่ม


สิ่งที่ควรนำไป:
  • หลังจากคุณทำการจองแล้ว, เราจะส่งคำแนะนำสำหรับอุปกรณ์กล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์เพิ่มเติม.


สิ่งที่ควรรู้:

เราขอแจ้งให้คุณทราบว่า เราจะไม่รับผู้โดยสารเพิ่มเติมเพื่อให้ครบ 4 ท่านตามที่ระบุ ทัวร์นี้เป็นทัวร์ส่วนตัวเฉพาะสำหรับคุณ หากมีผู้โดยสารมากกว่า 4 ท่าน กรุณาติดต่อเราสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม หากทัวร์นี้ขึ้นว่าถูกจองเต็มแล้ว กรุณาอย่าลังเลที่จะติดต่อเราสำหรับทัวร์เสริมพิเศษ ที่สามารถจัดในวันที่คุณเลือกได้.



แผนการเที่ยวรายวัน

วัน 1 - น้ำตกในชายฝั่งทางใต้


ภาพถ่ายที่งดงามของน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ในทัวร์ถ่ายภาพ 3 วันแบบส่วนตัวนี้.


รถจะไปรับคุณในตอนเช้าและนำคุณเดินทางไปยังชายฝั่งทางใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ที่เป็นแผ่นดินที่ยืดยาวเต็มไปด้วยภูเขาตระหง่าน, ธารน้ำแข็งที่ส่องประกายและน้ำตกสีเงิน หน้าที่ของคุณในวันนี้ก็คือการถ่ายภาพม่านน้ำที่งดงามเหล่านี้รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ.

สถานที่แรกของคุณ คือ น้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์ (Seljalandsfoss) สายน้ำขนาดเล็กของน้ำตกแห่งนี้ตกลงมาจากหน้าผาสูง 60 เมตรเหนือถ้ำด้านล่าง มีทางเดินที่จะนำคุณไปภายในถ้ำด้านหลังม่านน้ำตก ทำให้คุณจะได้ภาพที่น่ามหัศจรรย์จากมุมที่แสนพิเศษนี้.

เดินต่อไปอีกไม่นานคุณจะได้พบกับอัญมณีที่ถูกซ่อนไว้ของชายฝั่งทางใต้ที่ชื่อว่า น้ำตกกลูยฟราบูอิ (Gljúfrabúi) น้ำตกที่มีความสูง 40 เมตรแห่งนี้ตั้งอยู่ด้านหลังของหน้าผาขนาดใหญ่ คุณจะต้องเดินผ่านหุบเขาและลุยน้ำตื้น ดังนั้นคุณจะต้องไปลืมที่จะนำเสื้อกันฝน, รองเท้าบูทยาง, และถุงใส่กล้อง.

จากนั้นออกไปยังน้ำตกสโกการ์ฟอสส์ (Skógafoss) น้ำตกที่งดงามแห่งนี้สูงพอๆกับน้ำตกเซลยาแลนศ์ฟอสส์แต่มีความกว้างกว่ามาก พื้นที่ด้านล่างของน้ำตกเรียบมากทำให้สามารถเดินขึ้นไปยังกำแพงน้ำตกได้ ด้วยลักษณะนี้จะทำให้มีโอกาสได้ภาพถ่ายที่น่ามหัศจรรย์เพื่อที่จะแสดงขนาดของน้ำตก หากคุณต้องการคุณสามารเดินขึ้นไปด้านบนของน้ำตก จากด้านบนนั้นคุณจะได้เห็นภาพที่น่าตื่นตาของมหาสมุทรแอตแลนติก.

สุดท้ายของวันนี้ ไกด์จะนำคุณเดินทางไปยังที่พักของคุณ.


วัน 2 - ทุ่งลาวาและศูนย์อนุรักษ์สกัฟตาเฟลล์


ทุ่งลาวาเอลด์เฮิร์นแห่งอื่นๆในชายฝั่งทางใต้.


ในวันนี้คุณจะได้เดินทางตรงไปยังอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ระหว่างทางจะเป็นบริเวณทุ่งลาวาที่ใหญ่ที่สุดในโลก เอลด์เฮิร์น (Eldhraun) หรือทุ่งลาวาไฟ ที่ได้ปกคลุมด้วยหญ้ามอสและไลเคน ที่มีพื้นที่ขนาด 565 ตารางกิโลเมตรและเป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าตื่นตาที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์.

พื้นที่นี้เกิดขึ้นระหว่างหนึ่งในการระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยถูกบันทึกไว้ และรู้จักกันในชื่อของสคากร์เอาแอลดาร์ (Skaftáreldar) หรือแม่น้ำแห่งไฟสคากร์เอา (Skaftá) การระเบิดของภูเขาไฟครั้งสุดท้ายจากปี 1783 ถึง 1784 และมีผลทำลายพืชผลและการดำรงชีวิต ไม่เพียงแต่เฉพาะใประเทศไอซ์แลนด์แต่เป็นทั้งทวีปยุโรป.

คุณจะได้หยุดที่นี่เพื่อที่จะถ่ายของความมืด, มอสที่ปกคลุมทุ่งลาวาเพื่อที่จะได้เพิ่มความหลากหลายให้กับภาพถ่ายผลงานของคุณ.

ถัดจากนั้นคุณจะได้เข้าไปยังอุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล ที่นี่คุณจะได้พบกับความน่าตื่นตาของศูนย์อนุรักษ์สกัฟตาเฟลล์ ที่นี่คุณจะได้หยุดเพื่อปีนเขาแบบง่ายๆไปยังน้ำตกสวาร์ติฟอสส์ (Svartifoss) หรือน้ำตกสีดำ ที่คุณสามารถถ่ายภาพสีสันที่ตัดกันที่น่าทึ่งระหว่างน้ำสีขาวกับเสาหินบะซอลล์หกเหลี่ยมสีเข้มโดยรอบ ระหว่างทางไปน้ำตกที่งดงามนี้ ยังมีน้ำตกอื่นๆอีก 3 แห่ง ที่คุณสามารถถ่ายภาพได้.

คุณจะจบวันนี้ด้วยการเข้าพักในที่พักบริเวณชายฝั่งทางใต้.


วัน 3 - ทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน


ที่ไดมอนด์บีชคุณจะมีโอกาสมากมายที่จะได้ภาพที่น่ามหัศจรรย์.


วันนี้คุณจะได้ไปยังทะเลสาบธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน และไดมอนด์บีชที่อยู่ใกล้ๆ ทะเลสาบแห่งนี้ถูกเติมด้วยภูเขาน้ำแข็งที่มีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกัน ที่ได้แตกออกมาจาธารน้ำแข็งที่อยู่ใกล้ๆ ภูเขาน้ำแข็งเหล่านี้ลอยบนน้ำทะเลสีฟ้าก่อนที่จะจมลงไปในทะเล.

เดินต่อไปไม่นานจะได้พบกับหาดทรายสีดำ ที่ภูเขาน้ำแข็งถูกซัดขึ้นไปบนชายฝั่ง การทำงานร่วมกันของแสง, ทรายสีดำ, น้ำแข็งที่ส่องประกายและแสงสะท้อนของน้ำแข็งกับน้ำทำให้เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับการถ่ายภาพที่น่าทึ่ง.

จากนั้นคุณจะได้ไปท่องเที่ยวยังคาบสมุทรสต๊อคเนสส์ (Stokksnes) เพื่อที่จะได้ถ่ายภาพที่งดงามของภูเขาเวสตราฮอร์นซึ่งมีความสูงถึง 454 เมตรเหนือชายหาดทรายดำ ภูเขานี้มีความสวยงามมาก ทั้งรูปร่างและสภาพทางภูมิศาสตร์และนั่นเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการถ่ายภาพ.

ที่นี่ประกอบด้วยยอดเขาสูงชันหลายแห่ง แต่ยอดเขาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือบรุนน์ฮอร์น (Brunnhorn) ที่โผล่ขึ้นมา เพราะยอดเขานี้ทอดยาวไปทางตะวันออกตรงไปยังทะเล ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ภูเขาแห่งนี้เกิดจากหินพลูโตที่ไม่ได้มีโครงสร้าง, หินอัคนีและหินทรายเกรแวคคีมี (granophyre).

คลื่นที่แรงของมหาสมุทรแอตแลนติก ทำให้ทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่รวมถึงช่วงเวลาเย็น เป็นภาพที่เราจะขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ เนื่องจากดวงอาทิตย์เที่ยงคืนจะส่องสว่างยังพื้นที่ในช่วงฤดูร้อน.

จากนั้นคุณจะได้เดินทางกลับไปยังที่พักในเมืองเรคยาวิก.


กำลังโหลดราคาที่ดีที่สุด
ไม่มีค่าส่วนต่างของบัตรเครดิต
ไม่คิดค่าจอง