ทัวร์ถ่ายภาพแสงเหนือและถ้ำน้ำแข็งรอบประเทศไอซ์แลนด์

เวิร์คช็อปถ่ายภาพรอบประเทศไอซ์แลนด์




ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับทริปถ่ายภาพของพวกเราตลอด 14 วัน ซึ่งท่านจะได้โอกาสที่จะบันทึกภาพแสงเหนือทั่วทุกมุมของประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นมุมที่มีความสวยงามและน้อยคนนักที่จะเคยมาเยือน ทริปนี้จะพาท่านไปยังสถานที่ต่างๆ ที่มีความน่าตื่นตาตื่นใจ อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทางเราจะอำนวยความสะดวกให้กับท่านในการเดินทางด้วยรถบัสที่มีความกว้างขวาง สะดวกสบาย และรถจี๊ปที่มีการปรับเป็นพิเศษโดยเฉพาะเพื่อจะนำพาท่านไปล่าแสงเหนือยังสถานที่ต่างๆ ได้แก่ ธารน้ำแข็งที่ดูงดงามตระการตา ถ้ำน้ำแข็งที่งดงามดั่งฝัน น้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็ง ภูเขาที่ดูยิ่งใหญ่ อลังการ แนวชายฝั่งทะเลที่ดูน่าอัศจรรย์ บริเวณแหล่งพลังงานใต้พิภพอันทรงพลัง และย่านหมู่บ้านชาวประมงที่เรียบง่ายและมีเสน่ห์ นับเป็นโอกาสอันดีที่ท่านจะได้ท่องเที่ยวและถ่ายภาพสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ทั่วทั้งประเทศไอซ์แลนด์ไปพร้อมๆ กับการได้เรียนรู้เทคนิคใหม่ๆ ในการถ่ายภาพ ซึ่งพวกเราจะช่วยยกระดับทักษะการถ่ายภาพของท่านให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

6990 ดอลล่าร์สหรัฐ

ลงชื่อเข้าร่วมตอนนี้!

แผนการเดินทาง

วันที่ 1 - เดินทางมาถึงไอซ์แลนด์

"เมื่อท่านเดินทางมาถึงสนามบินเคฟลาวิก(Keflavik) แล้ว จะมีรถบัสอำนวยความสะดวกเพื่อพาท่านไปยังเมืองเรคยาวิก(Reykjavik)ในทันที หลังจากนั้น เราจะพบกันที่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรมที่ท่านพักในช่วงบ่าย และออกไปรับประทานอาหารเย็นอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับเพื่อนร่วมทริปทุกท่าน เพื่อเป็นการทำความรู้จักกันในเบื้องต้น และสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการเดินทางที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งหมดในไอซ์แลนด์ต่อจากนี้ ที่พัก:เรคยาวิก"

วันที่ 2 - แหลมสแนฟเฟิ่ลเนส(Snæfellsnes peninsula)

จะมีรถบริการรับท่านจากที่โรงแรมในเรคยาวิก ตอน 8 โมงเช้า เราจะเริ่มต้นทัวร์โดยเดินทางไปยังแหลมสแนฟเฟิ่ลเนส ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศไอซ์แลนด์ และเราจะใช้เวลาที่นั่นทั้งสิ้น 2 คืน ท่านจะได้ถ่ายภาพแนวโขดหินที่มีรูปทรงหยัก และแท่งหินบะซอลต์ที่เรียงรายอยู่บริเวณชายฝั่งของอะนาร์สตาปี (Arnarstapi) หมู่บ้านชาวประมงที่เราจะได้เห็นคลื่นมหาสมุทรทอเป็นประกายกับแสงไฟที่สาดส่อง นอกจากนี้ยังมีโบสถ์สีดำหลังเล็กๆ ที่ชื่อว่า บูเดียร์ค (Budir) ที่มีฉากหลังเป็นธารน้ำแข็งที่มีชั้นน้ำแข็ง สแนฟเฟิ่ลส์โยคุส (Snæfellsjokull) ปกคลุมบริเวณรอบๆ ลานหินลาวาโล่งกว้าง และเราจะปิดท้ายวันนี้ด้วย ภูเขาเคียร์กคูเฟค(Kirkjufell)ซึ่งนับว่าเป็นภูเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไอซ์แลนด์ ด้วยรูปร่างที่มีลักษณะคล้ายกับโคนและสูงชัน เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นฉากหน้าสำหรับการถ่ายภาพแสงเหนือ และแน่นอนภาพนี้จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงสำหรับพอร์ทรวมผลงานภาพถ่ายของคุณ ที่พัก:สแนฟเฟิ่ลเนส

วันที่ 3 - แหลมสแนฟเฟิ่ลเนส(Snæfellsnes peninsula)

"ในวันนี้พวกเรายังคงเดินทางต่อเพื่อสำรวจความสวยงามของแหลมสแนฟเฟิ่ลเนส หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ""ไอซ์แลนด์จิ๋ว"" โดยเราจะสำรวจธรรมชาติอันสวยงามและถ่ายภาพชายฝั่งทะเลซึ่งมีหมู่บ้านเล็กๆ เรียงรายอยู่ในบริเวณนั้น มีอ่าวแคบท่ามกลางหน้าผาสูงชันที่โดดเด่นและมีชื่อเสียง และยังรายล้อมไปด้วยภูเขาสูงตระหง่านในบริเวณรอบๆ อีกด้วย เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเก็บภาพจังหวะที่น่าอัศจรรย์ใจของลอนดรันก้าร์ (Londrangar)ที่ซึ่งมีหินบะซอลต์ซึ่งเป็นหินตะกอนภูเขาไฟ ให้ความสวยงามตามธรรมชาติแบบดั้งเดิม ตั้งอยู่อย่างสง่าหันหน้าออกสู่มหาสมุทรอันไกลสุดลูกหูลูกตา ที่พัก:สแนฟเฟิ่ลเนส"

วันที่ 4 - วิทเซอเค่อร์(Hvitserkur)

"วันนี้เราจะพาท่านขึ้นไปทางทิศเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ แหลมวัซเนส (Vatnsnes Peninsula) ซึ่งเป็นบริเวณป่าและอยู่ห่างไกลออกไป เป็นพื้นที่ซึ่งไม่มีมนุษย์อยู่อาศัย และอยู่ติดต่อกับบริเวณเนินเขาที่เต็มไปด้วยหินและทุ่งเลี้ยงสัตว์สีเขียวชะอุ่ม เป็นโอกาสอันดีที่ท่านจะได้ชมทัศนียภาพและถ่ายภาพม้าไอซ์แลนด์อันสง่างามท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติแท้ๆ หลังจากนั้นเราจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกของบริเวณแหลมวัซเนส ซึ่งอาจจะได้พบกับแมวน้ำที่ใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติบริเวณชายฝั่งของ สตรานเดียร์ (Strandir) ในแหลมคาบสมุทรทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ทั้งนี้สถานที่หลักที่เราจะให้ความสำคัญมีชื่อว่า วิทเซอเค่อร์ ซึ่งเป็นหินบะซอลต์ที่ตั้งซ้อนกันโผล่ขึ้นมาจากทะเลสูง 15 เมตร ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับมังกรที่กำลังดื่มน้ำทะเล หรืออาจมองเป็นสัตว์ประหลาดที่ต้องคำสาป ตามตำนานของประเทศไอซ์แลนด์เล่าว่า มีสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งหนีจากแสงพระอาทิตย์ในยามเช้าไม่ทัน จึงต้องคำสาปให้กลายเป็นหิน หินอันลึกลับนี้เหมาะแก่การถ่ายภาพเป็นอย่างยิ่ง และเรารับประกันว่าจะพาพวกท่านไปพบกับช่วงเวลาอันแสนพิเศษ ณ สถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน โดยแสงคือส่วนสำคัญสำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ และตำแหน่งของพระอาทิตย์ในจังหวะเวลาที่เหมาะสมกับสถานที่นั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่พัก: อะคิวเรย์รี่ (Akureyri) "

วันที่ 5 - ทะเลสาบมีวัทน์(Lake Myvatn)

หลังจากที่ท่านได้รับประทานอาหารเช้าตั้งแต่เช้าตรู่ พวกเราจะมุ่งหน้าไปยังน้ำตกโกดาฟอสส์ (Godafoss) เพื่อถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ซึ่งในช่วงเวลานี้ของปี "น้ำตกแห่งพระเจ้า" จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ช่วยให้น้ำตกดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้นและเข้ากันกับตอนพระอาทิตย์ขึ้นซึ่งจะทำให้ยิ่งควรค่าแก่การบันทึกภาพเอาไว้ น้ำตกโกดาฟอสส์แห่งนี้นับว่าเป็นหนึ่งในน้ำตกที่ได้รับความนิยมที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ด้วยทรงครึ่งวงกลมโค้งมนอันเรียบหรูและน้ำตกที่งดงามตระการตา

"หลังจากนั้นเราจะผจญภัยกันต่อโดยการมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบมีวัทน์ ซึ่งก่อตัวขึ้นจากการประทุของลาวาภูเขาไฟขนาดยักษ์ครั้งรุนแรง จนกลายเป็นพื้นผิวดินที่เกิดจากการเย็นและแข็งตัวของลาวา เสาหินลาวา และปากปล่องภูเขาไฟเทียมในบริเวณรอบๆ เมื่อถึงเวลาที่กำหนด เราจะพาท่านไปสำรวจโขดหินและปฏิมากรรมทางธรรมชาติอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่า ดิมมูบอร์เกียร์ (Dimmuborgir)นับเป็นโอกาสอันดีที่ท่านจะได้สัมผัสกับทิวทัศน์ทางธรณีวิทยาซึ่งเป็นฉากของซีรี่ย์ทางโทรทัศน์ Game of Thrones ที่ได้เคยมาถ่ายทำนั่นเอง "

วันที่6 - ทะเลสาบมีวัทน์ (Lake Myvatn)

"ในวันนี้เราจะเดินทางกันโดยรถจิ๊ปสุดพิเศษ พาท่านไปชมน้ำตกสองแห่งบริเวณที่ราบสูงตอนกลางประเทศ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในไอซ์แลนด์ ได้แก่ น้ำตกอัลเดย่าฟอสส์ และน้ำตก ฮาฟนายากาฟอสส์(Hrafnabjargafoss)น้ำตกทั้งสองแห่งนี้ตั้งอยู่ในแม่น้ำ สคาลยันดาฟยอท (Skjalfandafljot) ภาพสีที่ตัดกันระหว่างแนวหินภูเขาไฟสูงถึง 20 เมตรสีดำที่โค้งโอบรอบ กับน้ำที่ใสสะอาดจากน้ำตกอัลเดย่าฟอสส์ กลายเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจมากยิ่งขึ้นเมื่อน้ำตกนั้นกลายเป็นน้ำแข็งราวกับเป็นเสื้อผ้าแห่งฤดูหนาว เช่นเดียวกันกับน้ำตก ฮาฟนายากาฟอสส์ที่ทำให้เราเห็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจของน้ำตก ที่ตกซ่าสาดลงบนพื้นหิมะ การเดินทางไปยังน้ำตกสองแห่งนี้ค่อนข้างยากลำบาก โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่มีน้ำแข็งปกคลุมถนน แต่ภาพที่ตัดกันระหว่างพื้นหิมะ น้ำตก และสระน้ำสีฟ้าใสที่ตีนเขา ทำให้ประสบการณ์การถ่ายภาพในครั้งนี้คุ้มค่าแก่ความพยายาม นอนพักค้างคืนที่มีวัทน์"

วันที่ 7 - ทะเลสาบมีวัทน์(Lake Myvatn)

หลังจากที่พวกเราได้สำรวจและถ่ายภาพในบริเวณใกล้เคียงนี้มาพอสมควรแล้ว เราะพาท่านไปยังบริเวณพลังงานใต้พิภพของเทือกเขานามาสการ์ด (Namaskard)หรือที่เรียกว่า คึเวรารอนด์ "Hverarond" หรือ คึเวเรีย "Hverir"ที่นี่เราจะได้ถ่ายภาพปากปล่องภูเขาไฟตื้นๆ และดินโคลนที่กำลังเดือดพล่าน ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยผลึกกำมะถัน ทั้งนี้ท่านอาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยไอน้ำที่มีความร้อนสูง นอกจากนี้เราสามารถปีนหนึ่งในปากปล่องภูเขาไฟที่เคยประทุที่ใหญ่ที่สุดซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ชื่อว่า คึเวเวค (Hvefell) เพื่อที่จะชมความสวยงามของป่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ และช่วงเวลาที่เหลือหลังจากการเดินทางทั้งวัน เราจะได้ผ่อนคลายโดยการแช่ตัวในอ่างน้ำแร่ธรรมชาติมีวัทน์ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นบลูลากูนแห่งทิศเหนือนั่นเอง และพักค้างคืนที่มีวัทน์

วันที่ 8 - ไอซ์แลนด์ตะวันออก- ยูพีว้อคคุร์(Djúpivogur)

เราจะเดินหน้าเพื่อสัมผัสประสบการณ์ในไอซ์แลนด์ของเรากันโดยมุ่งหน้าต่อไปยังทิศตะวันออก ที่ซึ่งเราจะได้ไปเยือนอุทยานแห่งชาติ โยคุสซาร์กลูเฟอร์ (Jokulsargljufur) ระหว่างทางนั้น เราจะได้ถ่ายภาพน้ำตกเดทตี้ฟอสส์ (Dettifoss) ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีพลังมากที่สุดในทวีปยุโรป มีความกว้าง 100 เมตรและสูงถึง 45 เมตร น้ำตกเดทตี้ฟอสส์แห่งนี้จะทำให้คุณได้ทั้งภาพถ่ายที่งดงามอลังการ และประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันลืมเลือนด้วยพลังและมวลอันมหาศาลของน้ำตกที่ทิ้งดิ่งตกกระทบและสาดกระเซ็นเป็นละอองที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแม้จะอยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตรก็ตาม

หลังจากนั้น เราจะพาท่านผจญภัยต่อไปยังพื้นที่สูงและข้ามภูเขาเพื่อพบกับความสวยงามของอีสท์ฟยอร์ดจนกระทั่งเข้าไปถึงขอบเขตของธารน้ำแข็งวัทนาโยคุส ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งและอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป บริเวณแห่งนี้เต็มไปด้วยอ่าวแคบและยาวที่อยู่ระหว่างหน้าผาสูงชันเรียงรายอยู่ตามชายหาดฝั่งตะวันออก คืนนี้เราจะนอนพักในหมู่บ้านประมงเล็กๆ ของ ยูพีว้อคคุร์ เพื่อที่จะสัมผัสกับเสน่ห์ของท่าเรือและอาคารโบราณที่ถูกล้อมรอบไปด้วยแนวภูเขาที่แสนมหัศจรรย์ และจุดนี้เองที่พวกท่านจะได้ถ่ายภาพเงาสะท้อนอันงดงามของฟยอร์ดและน้ำตกเช่น น้ำตกรูคานดิ ที่พัก: ยูพีว้อคคุร์

วันที่ 9 - Jokulsarlon

"จากอ่าวแคบระหว่างหน้าผาสูงชัน ชื่อว่า ยูพีว้อคคุร์ เราจะมุ่งหน้าต่อกันไปยังอุทยานแห่งชาติ วัทนาโยคุส ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเราสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะซึ่งหาชมได้ที่ไอซ์แลนด์เท่านั้น เราจะใช้เวลาทั้งหมด 3 วันที่บริเวณใกล้ทะเลสาบธารน้ำแข็งโยคุสซาร์ลอน สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ยอดเยี่ยมในการถ่ายภาพปรากฎการณ์ก้อนน้ำเเข็งขนาดใหญ่ ลอยล่องประดับประดาอยู่บนทะเลสาบธารน้ำแข็งประกอบกับแสงพระอาทิตย์ตก หรืออาจดียิ่งไปกว่านั้นหากเราได้มีโอกาสพบกับแสงเหนือบนฟากฟ้า และนอกจากนั้นเรายังมักจะพบเห็นแมวน้ำขี้เล่นว่ายน้ำไปมาอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้อีกด้วย ที่พัก : โยคุสซาร์ลอน"

วันที่ 10 - โยคุสซาร์ลอน

" จากการที่เราเดินทางต่อเพื่อสำรวจความสวยงามที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งอันน่าพิศวงของทะเลสาบธารน้ำแข็งโยคุสซาร์ลอน ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของวัทนาโยคุส เราจึงมีโอกาสมากมายที่จะถ่ายภาพภูเขาน้ำแข็งที่ส่องประกายระยิบระยับลอยไปตามกระแสน้ำของมหาสมุทร รวมถึงผลึกน้ำแข็งทั้งหลายที่กระจัดกระจายโปรยปรายอยู่บนผืนทรายสีดำ เราเริ่มต้นวันใหม่ของเราก่อนพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณชายหาดสีดำเพื่อที่เราจะได้จับภาพแสงแรกของพระอาทิตย์ขึ้นที่ฉายแสงสาดส่องไปยังน้ำแข็งที่แวววาวเป็นประกายแทรกตรงกลางระหว่างคลื่นของมหาสมุทร นอกจากนี้เรายังสามารถถ่ายภาพอื่นๆของทะเลสาบธารน้ำแข็งที่เรียกได้ว่าสวยจนแทบหยุดหายใจซึ่งสามารถพบได้ในที่ที่เรากำลังมุ่งหน้าไป อันได้แก่ ถ้ำน้ำแข็ง เมื่อเราเดินเข้าไปภายในของถ้ำน้ำแข็ง เราจะพบกับความประหลาดใจ ไม่เพียงโพรงหรือรูปทรงหลากหลายตามธรรมชาติอันน่าเหลือเชื่อของมัน แต่เรายังจะตื่นตาตื่นใจกับสีสันที่เกิดจากการดูดซึมแสงทั้งหมดที่มองเห็น และเปลี่ยนตัวมันเองจนกลายเป็นสีฟ้า และนี่เองจะเป็นชั่วขณะที่เวลานั้นราวกับหยุดนิ่ง ทุกสิ่งเปรียบเสมือนดั่งความฝัน เราจะใช้กล้องเลนส์มุมกว้างเพื่อเก็บบันทึกช่วงเวลานี้เป็นรูปถ่ายอันแสนพิเศษ ให้คงอยู่ต่อไป ที่พัก : โยคุสซาร์ลอน"

วันี่ 11 - โยคุสซาร์ลอน

ในวันนี้ เราจะเดินทางไปยังทิศตะวันออกของวัทนาโยคุสเพื่อไปยังภูเขาที่มีความสูงกว่า 454 เมตร ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนชายหาดลาวาสีดำของแหลมสโต้คเนส (Stokknes)มีชื่อว่า เวสตราฮอร์น (Vestrahorn) ภูเขาแห่งนี้ประกอบไปด้วยปลายยอดที่มีความสูงหลายยอด หนึ่งในนั้นเป็นยอดที่มีรูปทรงซึ่งหาชมได้ยาก ชื่อว่า บรุนน์ฮอร์น (Brunnhorn)ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของแนวเขาและทอดยาวไปสู่ทะเล ปลายยอดเขาเหล่านี้เมื่อถูกฉาบด้วยแสงอาทิตย์ไม่ว่าจะเป็นยามพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกล้วนทำให้ภูเขาแห่งนี้ดูเปล่งประกายอันน่างดงามจับใจอยู่ในเบื้องหลัง ผสานกับฉากหน้าที่เป็นพื้นผิวที่เกิดจากการที่คลื่นน้ำทะเลอันทรงพลังได้ลากถอยผ่านโขดหินต่างๆ ที่เรียงรายอยู่บริเวณริมหาด โดยพวกเราจะพาท่านตามเก็บแสงในช่วงจังหวะที่ดีที่สุดอย่างไม่ลดละเพื่อที่จะถ่ายภาพภูเขาและบริเวณโดยรอบแห่งนี้

"ในขณะที่การเดินทางยังคงดำเนินต่อไปเราจะคงตามเก็บแสงในช่วงจังหวะที่ดีที่สุดอย่างไม่ลดละ เราแนะนำให้ถ่ายภาพเวสตราฮอร์นและบริเวณโดยรอบในช่วงที่พระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก เนื่องจากจะทำให้ปรากฏเป็นภาพของแสงอันน่าอัศจรรย์ใจที่ตกกระทบเบื้องบนของภูเขาอันงดงามและยิ่งใหญ่ ที่พัก:โยคุสซาร์ลอน"

วันที่ 12 - วิค(Vik)

ในวันที่ 12 ของโปรแกรมทัวร์ของพวกเรา เราจะเดินทางจากอุทยานแห่งชาติวัทนาโยคุสและมุ่งหน้าไปยังทิศใต้เพื่อสำรวจหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักท่องเที่ยว เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณนี้เผยโฉมให้เห็นถึงความสวยงามทางธรรมชาติที่แตกต่างออกไปในแต่ละฤดูกาล อาทิเช่น ภูเขาไฟ ทุ่งลาวา ธารน้ำแข็ง ทะเลสาบ ชายหาดสีดำ หน้าผาและก้อนหินยักษ์ที่ตั้งอยู่ริมหาด และยังรวมไปถึงน้ำตกต่างๆ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันนี้เราจะเน้นให้ความสนใจไปที่เมืองวิคและหาดทรายดำของเมืองที่จะชวนให้ท่านหลงใหลและเคลิบเคลิ้มไปด้วยหินภูเขาไฟบะซอลต์ขนาดยักษ์ ที่โผล่ขึ้นมาจากทะเลมีชื่อว่า เรย์นิสดรันก้าร์ (Reynisdrangar)มีความเชื่อว่าหินยักษ์เหล่านี้เกิดจากการที่สัตว์ประหลาดได้ถูกสาปให้แข็งตัวกลายเป็นหินเมื่อโดนแสงแดด นอกจากนี้เราจะพาท่านไปสำรวจหาดทรายดำอีกแห่งหนึ่ง ชื่อว่า เรย์นิสฟยาร่า (Reynisfjara)ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นชายหาดซึ่งอยู่นอกเขตร้อนชื้นที่งดงามที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นชายหาดที่เราจะสามารถเห็นหินยักษ์ที่มีปลายแหลมในหลากหลายมุมเคียงข้างหน้าผาหินภูเขาไฟขนาดมหึมาและถ้ำที่อยู่ข้างใต้อีกด้วย คลื่นที่ถาโถมเข้าใส่อย่างมีพลังจะช่วยเสริมความมีชีวิตชีวาให้กับทัศนียภาพอันงดงามแห่งนี้ และเพราะเหตุนี้เอง จะช่วยให้เราได้ภาพถ่ายที่งดงามอลังการอย่างที่ใจปรารถนา ที่พัก:วิค"

วันที่ 13 -เดินทางกลับ

หลังจากที่รับประทานอาหารมื้อเช้าที่แสนจะอบอุ่น เราจะยังคงพาท่านไปถ่ายภาพสถานที่ซึ่งดูราวกับหลุดโลกขณะที่เดินทางกลับไปยังเรคยาวิค ที่แรกที่เราจะแวะถ่ายภาพคือ แหลมดีร์โฮเลย์ (Dyrholaey) ซึ่งเราจะได้ชมแท่งหินภูเขาไฟสีดำที่เรียงรายอยู่ตามหน้าผาสูงชันอันทรงพลัง และหินยักษ์ที่ทอดยาวลงสู่หาดทรายดำ นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นหินภูเขาไฟสีดำขนาดมหึมาตั้งอยู่ในทะเลบริเวณหน้าแหลมดีร์โฮเลย์อีกด้วย ระหว่างทางเราจะผ่านภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ 2 ลูกด้วยกัน ได้แก่ เฮคล่า (Hekla) เป็นภูเขาไฟสูงกว่า 1,490 เมตร บริเวณยอดมีหิมะปกคลุมซึ่งมักจะมีการประทุอย่างรุนแรงมาโดยตลอดประวัติศาสตร์ของประเทศไอซ์แลนด์จนได้รับสมญานามว่า "ประตูสู่นรก" และภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงอีกลูกหนึ่งคือ เอย์ยัฟเฟียคล่าโยคุส (Eyjafjallajokull) การประทุของภูเขาไฟแห่งนี้เคยส่งผลให้เที่ยวบินในยุโรปบางส่วนต้องหยุดบินชั่วขณะในปี 2010 ที่ผ่านมาแล้ว อีกสถานที่หนึ่งที่ท่านอาจจะได้สัมผัสก็คือ ธารน้ำแข็งโซลเฮมมาโยคุส (Solheimajokull) ที่ซึ่งหน้าผาและภูเขาอันทรงพลังโอบล้อมหุบของธารน้ำแข็งเอาไว้ จากนั้นเราจะถ่ายภาพน้ำตกอันมีชื่อเสียงในบริเวณนี้ 2 แห่งด้วยกัน น้ำตกแห่งแรก คือ น้ำตกสโกกาฟอสส์ (Skogafoss) ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศซึ่งมีความสูงกว่า 60 เมตรและมีความกว้าง 25 เมตร ซึ่งเคยเป็นหน้าผาที่ติดอยู่กับชายฝั่ง เมื่อชายฝั่งทะเลได้ร่นถอยหลังกลับสู่ทะเล แต่หน้าผายังคงอยู่ที่เดิม และกลายเป็นเส้นแบ่งเขตที่ชัดเจนระว่างบริเวณชายฝั่งพื้นที่ราบและพื้นที่ราบสูง ในวันที่พระอาทิตย์ส่องแสงจ้า ละอองจากน้ำตกนี้อาจจะทำให้เกิดเป็นสายรุ้งชั้นเดียวหรืออาจจะเป็นรุ้งซ้อนอีกด้วย หลังจากนั้นเราจะเดินทางไปถ่ายภาพที่น้ำตกเซลย่าลันด์ฟอสส์ต่อโดนเดินอ้อมไปถ่ายจากข้างหลังตัวน้ำตก ที่พัก : เรคยาวิก

วันที่ 14 - เดินทางกลับบ้าน

ภายหลังจากรับประทานมื้อเช้าอย่างอิ่มหนำสำราญ และบอกลาเพื่อนสมาชิกในกลุ่มอย่างอบอุ่น คุณจะได้เดินทางกลับด้วยรถบัสเพื่อกลับไปยังสนามบินเคฟลาวิค

ราคาทั้งสิ้น: 6990 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับการนอนห้องละ 2 ท่าน
นอนแยกเดี่ยวมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: 1000 ดอลล่าร์สหรัฐ
เงินมัดจำสำหรับการลงทะเบียน: 2000 ดอลล่าร์สหรัฐ
จำนวนสมาชิกสูงสุด : 14 ท่าน
ชำระเงินเต็มจำนวน : 90 วันก่อนวันเริ่มเวิร์คช็อป

ลงชื่อเข้าร่วมตอนนี้!
หลังจากลงชื่อเข้าร่วมแล้ว ทางเราจะส่งรายการอุปกรณ์ถ่ายภาพและรายการสิ่งที่ต้องเตรียมที่ทางเราแนะนำ กรุณาใส่ใจเป็นพิเศษกับสิ่งของที่เราบอกว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
สิ่งที่ท่านจะได้รับ:
  • ผู้นำทริปการถ่ายภาพมืออาชีพ 2 ท่าน .
  • เดินทางด้วยรถบัสที่โอ่โถงและสะดวกสบาย มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับตัวท่านเองและอุปกรณ์การถ่ายภาพของท่าน
  • ที่พักทั้งโรงแรมและเกสต์เฮ้าส์ ห้องพักมีห้องน้ำในตัว .
  • อาหารครบถ้วนในแต่ละมื้อระหว่างเวิร์คช็อป ตั้งแต่มื้อเย็นของวันที่ 1 จนถึงมื้อเช้าของวันที่ 14
  • ตั๋วรถบัสรับจากสนามบิน และไปส่งที่สนามบิน
สิ่งที่ไม่รวม:
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่ม

เรายังมีทัวร์ถ่ายภาพฤดูหนาวของประเทศไอซ์แลนด์อื่นๆ อีกมากมาย

Reviews

I just returned from a twelve day tour of Iceland with a group of thirteen participants and want to express my appreciation for the professionalism of Icelandic Photo Tours and our excellent guide–Brynjar Ágústsson. I have been leading tours in many locations around the world for many years and when I decided to add Iceland, I was fortunate to have made this connection. Brynjar knew when and where to place us to take advantage of the best light. He also added some discrete and not so well-known areas. In addition to his skills we enjoyed comfortable transportation, lodging and great meals; all of which gave our group a memorable trip and excellent images. I am looking forward to another tour in the near future.
Doug Steakley
Doug Steakley
We had a a fantastic ten-day workshop on Island! The landscapes were an unexpected treasure. Thank you so much for your fabulous guidance and assistance, Brynjar! You made our workshop so easy and smooth, we had a full service all the time. And I’ve learned a lot about taking excellent pictures! I loved my time here, can’t wait to come again in winter!
Alenka
Alenka
Visit Iceland for a photo trip has been one of my dreams for years. However, organizing such a trip, search and scout for the best locations and make sure to reach them at the right moment, is not easy to plan. If this is what you are looking for, you will surely find in Iceland-Photo-Tours the right companion to discover Iceland. But if you’re also looking to improve your skills with invaluable tips and feedbacks from the guides, professional photographers that know this place like their pockets, and get that dose of energy and motivation that you need to get the best shot, then you really found the best partner for you great photo adventure in Iceland. Our guides were very helpful and disponible. They both are very skillful and prepared. They accompained us with professionalism, always offering their kind advices and support even after long days, making this adventure an amazing photo trip to Iceland. Cannot wait to do to the summer tour :)”
Raffa
Raffa
Iceland Photo Tours was magnificent beyond my wildest dreams. First, I cannot say enough about our tour guides.They made the whole trip for me. They took as much time teaching you best practice shooting techniques and showed proper ways to shoot. They held nightly workshops to learn at what we shot for the day. Iceland Photo Tours is a top-notch organisation, and I would recommend to anyone from beginner to professional photographers. We had a small group of photographers which gave us undivided attention when shooting.I never have taken such beautiful images. You are guaranteed to see sights, terrains, and even Ices Caves. No doubt I highly recommend this tour!!
Dan Neiman
Dan Neiman

เชคครบรองจากผรวมเดนทางท ผานมา

เชคเลยตอนน!

การยกเลิกและนโยบายการคืนเงิน

ถ้าคุณทำการยกเลิกทริปและเวิร์คช็อปยังคงมีคนเต็มจำนวน เราจะคืนเงินให้ท่านเต็มจำนวนที่ท่านได้ทำการจ่ายมาก่อนหน้า รวมไปถึงค่าบริการเพิ่มเติม 300 ดอลล่าร์สหรัฐ ถ้าคุณทำการยกเลิกและเวิร์คช็อปยังไม่เต็ม คุณจะได้รับเงินคืนตามตารางต่อไปนี้ โดยคำนวณจากราคาเต็มของเวิร์คช็อป:
มากกว่า 60 วันนับจากวันที่เริ่มเวิร์คช็อป :คืนเงินเต็มจำนวน รวมถึงค่าบริการ 300 ดอลล่าร์สหรัฐ
45 วัน:คืนเงิน 75%
30 วัน:คืนเงิน 50%
น้อยกว่า 30 วัน:ไม่ได้รับเงินคืน

การคืนเงินจะคืนด้วยช่องทางเดียวกับที่ท่านชำระเงินเข้ามา .
การคืนเงินจะเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงนับจากการยกเลิกทริปได้รับการอนุมัติ

กรณีที่ปฏิเสธความรับผิดชอบ

ทัวร์ถ่ายภาพนั้นอาศัยปัจจัยของสภาพดินฟ้าอากาศเป็นสำคัญ และสภาพอากาศของประเทศไอซ์แลนด์นั้นยากที่จะคาดได้ ด้วยเหตุนี้ การเดินทางไปยังถ้ำน้ำแข็งจึงจำเป็นต้องพึ่งพาสภาพอากาศที่เหมาะสม และตัวถ้ำน้ำแข็งเองนั้นไม่ได้มีอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่แสงเหนือ ถึงแม้ว่าจะมีแนวโน้มที่ท่านจะเห็นได้ในช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนเมษายน ทั้งนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถรับประกันได้ว่าแสงเหนือจะปรากฏในวันที่ท่านท่องเที่ยว หากสภาพอากาศไม่เป็นใจในบางช่วงของแผนการเดินทาง เรายังมีสิ่งอื่นๆ อีกมากมายที่น่าสนใจที่ให้ท่านได้ไปเยี่ยมชมและได้ทำ

ภาพที่ถ่ายระหว่างทัวร์ถ่ายภาพแสงเหนือและถ้ำน้ำแข็งในไอซ์แลนด์